ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
เคล็ดลับสุขภาพ
รู้จักฉลากโภชนาการ...เรื่องง่าย ๆ ที่คนรักสุขภาพต้องรู้



     รู้ไหมว่า “ฉลากโภชนาการ” สามารถให้ข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์กับเราได้ หากเพียงคุณรู้จักวิธีการอ่านฉลากเหล่านี้อย่างถูกต้อง...

      การอ่านฉลากโภชนาการ บางครั้งก็ดูจะเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน เพราะมักทำให้เราสับสนและยุ่งยากใจ โดยเฉพาะกับจำนวนตัวเลข ร้อยละ ไหนจะพวกศัพท์เฉพาะทางที่เข้าใจยากอีกล่ะ แต่ความจริงแล้ว การเข้าใจฉลากโภชนาการก็เปรียบเสมือนการไขรหัสลับที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และช่วยให้คุณได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะนำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรงสดใส และชีวิตอันยืนยาว

      ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการด้านการฝึกอบรมโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการกีฬาที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ อธิบายถึงรายละเอียดข้อมูลที่พบในผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ไว้ว่า การทำความเข้าใจเรื่อง “หน่วยบริโภค” ให้ดี ถือเป็นบันไดขั้นแรกในการไขเคล็ดลับการอ่านฉลากโภชนาการ “ฉลากโภชนาการสามารถให้ข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์กับเราได้ หากคุณรู้จักวิธีการอ่านฉลากเหล่านี้อย่างถูกต้อง” ซูซานได้แชร์ 3 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องจากผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกซื้อมารับประทาน

    การอ่านฉลากโภชนาการขั้นตอนที่ 1: ปริมาณที่บริโภค

    บ่อยครั้งที่หลายคนเข้าใจแบบผิด ๆ ว่า คุกกี้ ขนมปังกรอบ หรือมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบถุงเล็ก รวมไปถึงเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์ขนาดทั่วไป มีปริมาณเท่ากับหนึ่งหน่วยบริโภค แต่ความจริงแล้วอาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ปริมาตรบรรจุของหน่วยบริโภคมาตรฐานในปัจจุบันของน้ำอัดลมคือประมาณ 250 มิลลิลิตร ทว่า เครื่องดื่มหลาย ๆ ประเภทบรรจุมาในกระป๋องหรือขวดที่มีจำนวนปริมาตรมากกว่านั้น และทำให้มีจำนวนหน่วยบริโภคเท่ากับหรือมากกว่า 2 หน่วยขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น การดื่มชาเขียว 1 ขวด จะเท่ากับว่าคุณดื่มไปแล้ว 2 หน่วยบริโภค และนั่นหมายความว่าคุณจะต้องคำนวณทุกข้อมูลบนฉลากโภชนาการเป็น 2 เท่า ไม่ว่าจะเป็นแคลอรี่หรือปริมาณน้ำตาล เพื่อที่คุณจะรู้ได้ว่าน้ำที่คุณดื่มนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการเท่าไร

    เช่นเดียวกับมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบที่มีฉลากโภชนาการระบุว่า หนึ่งหน่วยบริโภคของมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบคือขนาด 30 กรัม หรือเท่ากับมันฝรั่งทอดกรอบ 15 แผ่นเท่านั้น แต่ถ้าคุณกินมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบหนึ่งถุงใหญ่ ๆ นั่นจะเท่ากับว่าคุณบริโภคมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบไปแล้วหลายหน่วยบริโภค ฉะนั้นพึงจำไว้ให้ดีว่า คุณอาจจะกินมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบหนึ่งถุงใหญ่หมดอย่างรวดเร็ว โดยลืมนึกไปว่ามันเกินปริมาณของหนึ่งหน่วยบริโภคไปไกลแล้ว!

    การอ่านฉลากโภชนาการขั้นตอนที่ 2: สารอาหาร คอเลสเตอรอล และใยอาหาร

    ในส่วนข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค จะระบุปริมาณของโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต รวมถึงน้ำตาล ใยอาหาร คอเลสเตอรอล และโซเดียมเอาไว้ด้วย และเช่นเดียวกับตัวอย่างในขั้นตอนที่ 1 คุณจะต้องรู้ว่ากินไปทั้งหมดกี่หน่วยบริโภคแล้ว เพื่อจะได้คำนวณอย่างถูกต้องว่าได้รับสารอาหารแต่ละชนิดไปอย่างละเท่าไรบ้าง

    นอกจากนี้ ให้จำไว้ว่า คาร์โบไฮเดรตทั้งหมดที่ระบุไว้บนฉลากโภชนาการก็คือคาร์โบไฮเดรตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแป้ง น้ำตาล หรือใยอาหาร โดยในฉลากโภชนาการจะแยกรายการคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากใยอาหารและน้ำตาลไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับตัวเลขปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากน้ำตาลนั้น จะรวมเอาปริมาณของน้ำตาลที่เติมลงไป (added sugars) และน้ำตาลตามธรรมชาติ (เช่น น้ำตาลจากนม หรือน้ำตาลจากผลไม้) ไว้ด้วยกัน ซึ่งการแยกปริมาณน้ำตาลที่เติมลงไป (added sugars) ออกจากน้ำตาลจากธรรมชาติอย่างชัดเจนไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หากไม่ตรวจสอบปริมาณน้ำตาลที่ได้จากวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างละเอียด

    ตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งชี้ให้เห็นความสำคัญของข้อมูลต่าง ๆ บนฉลากโภชนาการ ก็คือเมื่อคุณรู้สึกอยากรับประทานของว่างเบา ๆ ก่อนเวลาพักเที่ยงสัก 2-3 ชั่วโมง คุณอาจจะเลือกซื้อแอปเปิ้ลขนาดกลางสักลูก ซึ่งข้อมูลในเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขพบว่ามีปริมาณน้ำตาลเพียง 13.6 กรัม หรือเครื่องดื่มนิวทริชันแนล โปรตีน ดริ้งค์ มิกซ์ ของเฮอร์บาไลฟ์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกดี ๆ โดยแนะนำให้ดื่มในปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคต่อครั้ง ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลเพียง 9 กรัม เพื่อความอร่อย อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยบรรเทาความหิวได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ซูซานยังแนะนำให้ฝึกเช็คปริมาณน้ำตาลในอาหารของคุณจนเป็นนิสัย เพื่อให้แน่ใจว่าคุณตระหนักและเข้าใจข้อมูลด้านโภชนาการต่าง ๆ เป็นอย่างดี

    และข่าวดีสำหรับบรรดาผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศให้ปรับปรุงฉลากโภชนาการให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งฉลากโภชนาการที่ปรับปรุงใหม่จะระบุปริมาณน้ำตาลที่เติมลงไป (added sugars) บนฉลากอย่างชัดเจนด้วย ซึ่งหวังว่าในประเทศไทย เราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านฉลากโภชนาการในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

    การอ่านฉลากโภชนาการขั้นตอนที่ 3: ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

     อีกสิ่งหนึ่งที่จะเห็นในฉลากโภชนาการก็คือ “ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน” ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือปริมาณมาตรฐานของสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลของสารอาหารแต่ละชนิดบนฉลากโภชนาการ จะแสดงร้อยละของปริมาณสารอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ในหนึ่งหน่วยบริโภค โดยเทียบจากปริมาณที่แนะนำต่อวัน คุณค่าทางโภชนาการเหล่านี้จะอิงตามการบริโภคที่ 2,000 แคลอรี่ต่อวัน และอาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคน แต่แม้ว่าคุณไม่ได้บริโภค 2,000 แคลอรี่ต่อวัน ก็ยังสามารถใช้ตัวเลขร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวันที่ระบุไว้ เพื่อคำนวณหาปริมาณสารอาหารที่คุณจะได้รับจากอาหารที่คุณกินได้อย่างง่ายดาย

     ซูซานกล่าวสรุปสิ่งสำคัญเอาไว้ว่า ฉลากโภชนาการสามารถช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ดีขึ้น หากคุณสามารถเปรียบเทียบปริมาณอาหารจริง ๆ ที่คุณกินเข้าไปกับจำนวนหน่วยบริโภคที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ ซูซานแนะนำให้คุณหมั่นเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ จนคุ้นเคย และเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างปริมาณอาหารที่กินในหนึ่งมื้อกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งจะช่วยเวลาที่คุณต้องไดเอทหรือควบคุมปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันได้เป็นอย่างมาก บางคนอาจยิ่งรู้สึกว่ามีประโยชน์ หากได้ลองชั่งน้ำหนักหรือตวงปริมาณอาหารที่กิน เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคแคลอรี่ที่มากเกินไปด้วย

      คงจะดีมากหากเราสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะรู้ข้อมูลทางโภชนาการที่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมพฤติกรรมการกินที่ดีในระยะยาวต่อไป ถึงตอนนี้เมื่อคุณสามารถไขความลับการอ่านฉลากโภชนาการอย่างง่าย ๆ ได้แล้ว อย่าลืมแบ่งปันความรู้ดี ๆ เหล่านี้ให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ เพื่อที่ทุกคนจะได้มีพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และมีสุขภาพที่สดใสแข็งแรงไปอีกนานแสนนาน!











เฮอร์บาไลฟ์


ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ภาวะขาดแคลนสารอาหารทั้ง 7 ชนิดที่ควรระวัง ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า
“Souping” เทรนด์อาหารมาแรงปี 2018 ช่วยดีท็อกซ์สารพิษ บำรุงร่างกาย
11 อาหารต้านกรดไหลย้อน โรคฮิตคนยุคใหม่
ใส่ใจสักนิด..ก่อนซื้ออาหารกระป๋อง
ฉีดยาฆ่าแมลงปนเปื้อนในอาหารเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.
“Broccoli chips” เพื่อสุขภาพทานเป็นของว่างก็ได้ อาหารหลักก็ดี!
7 อาหารสุ่มเสี่ยงทำลายระบบสมอง
เคล็ด (ไม่) ลับเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
10 อาหารคุณประโยชน์ อุดมไปด้วยโอเมก้า 3
8 อาหารเป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
 
อาหาร โภชนาการ
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
 
 
ดูทั้งหมด
5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม 5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม
ผมสวยแบบไร้รังแค ผมสวยแบบไร้รังแค
หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ” หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ”
รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ
Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย
ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล
'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด 'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด
SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ
หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน
ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017 มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก